ไร้รัฐ ไร้ชาติ ไร้สิทธิ?

posted on 04 Jul 2015 22:44 by yajoksamka

ไร้รัฐ ไร้ชาติ ไร้สิทธิ? 

เบญจพร  สิทธิหาญ

ในโลกที่มีความก้าวหน้าไปในทุกๆด้าน มีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนความต้องการที่มีมากขึ้นของประชากรโลก กลุ่มผู้ขับเคลื่อนความเป็นไปของโลก ไม่ว่าจะเป็นเอกชน นักลงทุน หรือรัฐประเทศต่างก็แข่งขันกันเพื่อช่วงชิงความเจริญให้แก่ตนเอง แต่ในโลกที่มีความพยายามในการแก่งแย่งแข่งขันเพื่อผลักดันตนเองให้เติบโตยิ่งขึ้นไปนั้น ยังมีกลุ่มคนเล็กๆ อีกหลายกลุ่ม ซึ่งกระจายตัวกันอยู่ทั่วโลก เป็นกลุ่มคนที่ไม่มีที่ยืนในสังคม ไม่มีตัวตนอยู่ในโลกเพราะไม่มีหลักฐานอันที่แสดงถึงความเป็นประชากรของรัฐใดรัฐหนึ่งบนโลกใบนี้ แม้พวกเขาจะพยายามส่งเสียงเรียกร้องความสนใจมากเพียงใด แต่สิ่งที่ได้กลับมาเป็นเพียงโอกาสน้อยนิดจากกลุ่มคนที่มองเห็นความเป็นมนุษย์ผู้หนึ่ง และได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของพวกเขา คนเหล่านี้คือ คนไร้สัญชาติ หรือคนไร้รัฐ (Statelessperson) 

    คนไร้รัฐในไทยนั้นเป็นผู้ที่มีฐานะทางกฎหมายที่เป็นผู้มีสัญชาติไทย เพียงแต่ยังไม่มีการพิสูจน์ หรือไม่มีโอกาสพิสูจน์ หรือไม่มีพยานหลักฐานในการพิสูจน์ ซึ่งถือว่าเป็นการริดรอนสิทธิความเป็นผู้มีสัญชาติไทย ทำให้เสียโอกาสใช้สิทธิต่างๆ อย่างมาก เช่น การได้รับสวัสดิการทางด้านสุขภาพที่เท่าเทียมกับคนไทยที่มีบัตรประชาชน การพิจารณารับเข้าศึกษาในระดับการศึกษาที่สูงกว่าการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎหมายกำหนด การยื่นสิทธิขอรับทุนการศึกษา การออกนอกพื้นที่จังหวัดอย่างอิสระ การประกันรายได้ ฯลฯ และการไม่มีสัญชาตินี้ยังก่อให้เกิดปัญหาสังคมเช่น แรงงานเถื่อน การก่ออาชญากรรม การเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศโดยผิดกฎหมาย เป็นต้น ซึ่งปัญหาคนไร้รัฐนั้นมีมาจากหลายสาเหตุดังกรณีตัวอย่าง

 

 การพลัดถิ่น 

กรณีตัวอย่าง : นางปรีดา ชาญสมุทร (มารดาของเด็กชายกิตติทัศน์ ชาญสมุทร กรณีตัวอย่างจากหนังสือคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติในรัฐไทย โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร)

 นางปรีดาเป็นคนไทยพลัดถิ่น ครอบครัวของปรีดาเคยเป็นคนเชื้อชาติไทยอาศัยอยู่บริเวณจังหวัดมะริด ประเทศพม่าในปัจจุบัน ซึ่งพื้นที่บริเวณนั้นเคยเป็นดินแดนของประเทศไทยซึ่งเสียดินแดนแก่อังกฤษไปในราวสมัยรัชกาลที่ 5 ในเวลาที่ปรีดาเกิด มะริดได้ตกเป็นของประเทศพม่าไปแล้ว แม้จะมีเชื้อชาติไทย แต่ปรีดาก้ไม่ได้มีสัญชาติไทย เพราะพ่อแม่ของปรีดาได้เสียสัญชาติไทยโดยผลของการเสียดินแดน ทำให้แม้จะในประเทศพม่าหรือประเทศไทยปรีดาก็เป็นคนพลัดถิ่นสำหรับทั้งสองรัฐอยู่ดี และผลของความเป็นคนพลัดถิ่นก็ตกมาสู่ลูกชายของเธอ ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้แจ้งเกิดในไทยทั้งๆที่มีพ่อคือนายชัชชัย ชาญสมุทรเป็นคนไทยแท้ที่มีบัตรประชาชน และยังทำให้ปรีดาโดนฟ้องในข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมายอีกด้วย

 

ถูกจำหน่ายออกจากทะเบียนบ้านสำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศไทย(ทร.๑๔)จากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่

กรณีตัวอย่าง : ครอบครัวแซ่ลี (กรณีตัวอย่างจากหนังสือคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติในรัฐไทย โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร)

   ครอบครัวแซ่ลีเป็นคนชนเผ่าลีซูในจังหวัดเชียงราย และได้รับการยืนยันสัญชาติไทยจากการยื่นขอลงสัญชาติไทยตาม “ระเบียบการกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพิจารณาลงสัญชาติไทยในทะเบียนบ้านให้แก่ชาวเขา พ.ศ.2517” แต่ต่อมาถูกจำหน่ายออกจากทะเบียนบ้านสำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศไทย(ทร.๑๔) โดยได้รับเหตุผลจากที่ว่าการอำเภอว่า “เป็นการเข้าผิดช่อง” เพราะครอบครัวแซ่ลียื่นว่าเป็นชนเผ่าลีซู แต่ที่มีในสำนักทะเบียนกลางกลับเป็นชาวจีนฮ่อ แม้ครอบครัวแซ่ลีจะพยายามยืนยันว่าพวกเขานั้นเป็นชนเผ่าลีซูแท้ก็ตาม ครอบครัวแซ่ลีต้องพบกับปัญหาใหญ่ทันที ผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัวทำอาชีพขับรถรับส่งนักเรียน ต้องหวาดระแวงการถูกจับหากออกนอกเขตจังหวัด ลูกๆต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ทุกครั้งที่จะออกจากเขตจังหวัดและถูกจำกัดระยะเวลาการออกนอกเขตพื้นที่ ทำให้ไม่สามารถออกไปหางานที่ดีๆทำได้ และนอกจากนี้ยังส่งผลถึงรุ่นลูกรุ่นจากนั้นที่จะไม่มีสิทธิได้รับสัญชาติไทย แม้จะมีพ่อหรือแม่เป็นคนไทยแท้ก็ตาม

 

ความห่างไกลความเจริญ ความไม่รู้ข้อกฎหมาย และการเพิกเฉยต่อหน้าที่ของเจ้าหน้าที่

กรณีตัวอย่าง : ครอบครัวของจอบิ (กรณีตัวอย่างจากหนังสือคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติในรัฐไทย โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร)

  จอบิเกิดในครอบครัวคนไทยดั้งเดิมชาติพันธุ์กะเหรี่ยง(สกอร์) ซึ่งอาศัยอยู่ที่บ้านบางกลอยบน อำเภอแก่งกระจาน เป็นหมู่บ้านที่อยู่ลึกในภูเขาที่ต้องใช้เวลาเดินเท้าถึงสองวันกว่าจะถึงตัวอำเภอสวนผึ้งซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด ความยากลำบากนี้เองทำให้ครอบครัวของจอบิและครอบครัวคนไทยดั้งเดิมชาติพันธุ์กะเหรี่ยง(สกอร์) อื่นๆ ตกสำรวจสำมะโนไป เมื่อจอบิย้ายจากบ้านกลอยบนไปทำงานที่อำเภอสวนผึ้ง และได้แต่งงานมีลูกอีกสี่คน แต่ความไม่รู้ข้อกฎหมายของจอบิ จึงไม่ได้ไปแจ้งเกิดให้กับลูกๆทั้งสี่คน แต่ได้จดรายละเอียดวันเกิดของลูกๆไว้อย่างครบถ้วน จนเมื่อจอบิเป็นแพะรับบาปถูกจับกุมในข้อหายิงรถตู้นักเรียน และยังได้รับข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมาย “ผมไม่เคยรู้เลยว่าผมเป็นคนไทย ผมรู้แต่ว่าผมเป็นคนกะเหรี่ยง แล้วเกิดฝั่งไทย”จอบิได้กล่าวไว้ได้รับทราบความจริงข้อนี้ตอนที่ถูกขังจากทนายความ เมื่อสิ้นสุดคดี จอบิได้พ้นโทษและได้เข้ารับการรักษาตัวโดยเป็นคนไข้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ทนายความได้แนะนำให้จอบิยื่นคำร้องขอสัญชาติโดยให้ญาติเป็นพยาน แต่เรื่องกลับดำเนินการช้าถึงหนึ่งปี พยานโดนข่มขู่ให้กลับคำให้การและจอบิเองก็ถูกทางอำเภอแก่งกระจานแนะนำให้ถอนฟ้อง จอบิกังวลใจอย่างมาก เพราะหากเขาไม่ได้รับสัญชาติไทยแล้ว ลูกๆของเขาก็จะไม่สามารถออกไปเรียนที่อื่น และตัวเขาเองก็จะไม่สามารถไปทำงานที่อื่นได้เช่นกัน แต่ในที่สุด จอบิก็เลือกที่จะยื่นเรื่องโดยเริ่มจากการเป็นคนต่างด้าวก่อน จนในที่สุดก็ได้สัญชาติไทยมา

 

มาตรฐานขั้นต่ำเกี่ยวกับชีวิตของคนไร้สัญชาติ 

1. แนวทางข้อกำหนดด้านสิทธิทางสังคมและการคุ้มครองสิทธิ

    - การคุ้มครองสิทธิ ได้แก่

       1. คนไร้สัญชาติที่ไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร มีสิทธิอาศัยอย่างน้อยเป็นการชั่วคราวในประเทศไทย

       2. คนไร้สัญชาติจะต้องไม่ถูกส่งกลับไปนอกราชอาณาจักรไทย โดยไม่สมัครใจ หรือถูกส่งกลับไปรับความยากลำบาก หรือความตาย

       3. ได้รับการคุ้มครองความปลอดภัยจากการทำงาน ไม่ถูกเอาเปรียบเกี่ยวกับการทำงาน

       4. ได้รับการปฏิบัติในการเข้าถึงบริการอย่างเท่าเทียมกับบุคคลอื่นในสังคม โดยไม่มีการละเมิดและถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม

       5. สามารถเดินทางไปรับบริการการศึกษา การรักษาพยาบาลได้เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป

    - สถานภาพบุคคลทางกฎหมาย ได้แก่

       1. บุคคลที่อพยพเข้ามาในประเทศไทยที่มีเชื้อสายไทย แต่ยังไม่ได้รับการพิจารณาทางสถานะทางกฎหมาย มีโอกาสได้รับการพิจารณาให้สัญชาติไทย

       2. บุตรของบุคคลที่มีเชื้อสายไทย ที่เกิดในประเทศไทย ได้รับสัญชาติไทย

       3. บุคคลที่มีชื่ออยู่ในระบบการทะเบียนราษฎร ซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศไทยติดต่อกันเป็นเวลานานไม่ต่ำกว่า 10 ปี จนกลมกลืนกับสังคมไทยและไม่สามารถเดินทางกลับประเทศต้นทาง มีโอกาสได้รับการพิจารณาสถานะเป็นบุคคลต้างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย และมีโอกาสได้รับการพิจารณาให้ได้สัญชาติไทย

       4. บุคคลที่เกิดและอาศัยอยู่ในประเทศไทย แต่ยังไม่มีสถานะทางกฎหมาย และศึกษาสำเร็จในสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย ได้รับการพิจารณาได้สัญชาติไทย

       5. บุคคลที่เกิดและอาศัยอยู่ในประเทศไทย แต่ยังไม่มีสถานะทางกฎหมาย และยังไม่สำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ได้นำเข้าสุ่กระบวนการพิจารณากำหนดสถานะทางกฎหมาย

       6. บุคคลที่ขาดบุพการี หรือบุพการีทอดทิ้งตั้งแต่วัยเยาว์ และมีชื่ออยู่ในระบบการทะเบียนของทางราชการ และอาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลาอย่างน้อย 10 ปี จนกลมกลืนกับสังคมไทยและมีคุณสมบัติอื่นๆ ตามหลักเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนดได้รับการพิจารณาให้สัญชาติไทย

       7. บุคคลที่ขาดบุพการี หรือบุพการีทอดทิ้ง ที่ได้รับสถานะเป็นบุตรบุญธรรมตามคำสั่งของศาล เมื่อผู้รับบุตรบุญธรรมเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย ได้รับสัญชาติไทย

       8. บุคคลที่มีผลงาน/ความรู้ความเชี่ยวชาญที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาประเทศใน ด้านการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและการกีฬา รวมทั้งด้านอื่นๆ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเห็นสมควรได้รับการพิจารณาให้ได้สัญชาติ ไทย

       9. บุตรของคนไร้สัญชาติที่เกิดในประเทศไทย ได้รับการแจ้งเกิดและได้รับสูติบัตร ซึ่งเป็นเอกสารแสดงการเกิด

2. แนวทางข้อกำหนดทางสังคมต่อไร้สัญชาติ

    - การเข้าถึงบริการ ได้แก่

      1. คนไร้สัญชาติสามารถเข้าถึงกองทุนสวัสดิการด้านการศึกษาในชุมชน กองทุนส่งเสริมการประกอบอาชีพในชุมชน กระบวนการยุติธรรม

      2. สามารถไปใช้บริการจากภาครัฐ สามารถเข้าร่วมกิจกรรมที่ชุมชนและสังคมจัดขึ้น

    - การมีส่วนร่วม ในที่นี้หมายถึง คนไร้สัญชาติได้รับโอกาสเป็นสมาชิกและมีส่วนร่วมในชุมชน

    - ภูมิปัญญาและวัฒนธรรม ในที่นี้หมายถึง คนไร้สัญชาติ/ครอบครัว มีโอกาสถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีรากฐานทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์

    - การบริโภคข้อมูลข่าวสาร ได้แก่

      1. คนไร้สัญชาติรับทราบข้อมูลข่าวสารและแหล่งบริการต่างๆ ที่มีอยู่ในชุมชนและภายนอกชุมชน

      2. รับทราบและเข้าใจถึงวิธีการไปใช้สิทธิและบริการที่มีอยู่ตามความต้องการคนไร้สัญชาติ

      3. มีส่วนร่วมในการให้ข้อมุลข่าวสารและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแก่คนในชุมชน หน่วยงานและสังคม มีฐานข้อมูลชุมชนที่เป็นประโยชน์ในการมาใช้บริการ หรือการมาขอรับความช่วยเหลือ

3. แนวทางข้อกำหนดด้านความมั่นคงในการดำรงชีวิต 

   - สุขภาพ ในที่นี้หมายถึง คนไร้สัญชาติสามารถเข้ารับบริการด้านสุขภาพจากสถานพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย ได้รับการดูแลและรับผิดชอบการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วยจากการทำงานจากนาย จ้าง

   - ที่อยู่อาศัย ในที่นี้หมายถึง คนไร้สัญชาติและครอบครัว มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง โดยมีถิ่นที่อยู่/ทะเบียนบ้าน หรือทะเบียนประวัติ (ตามมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง)

4. แนวทางข้อกำหนดด้านการศึกษา 

   - การศึกษา ในที่นี้หมายถึง บุตรคนไร้สัญชาติได้รับการศึกษาจนสำเร็จขั้นพื้นฐาน และต้องได้รับหลักฐานทางการศึกษา สถานศึกษาในชุมชนที่มีคนไร้สัญชาติ เปิดโอกาสให้ (ไม่ปิดกั้น) บุตรของคนไร้สัญชาติได้เข้าเรียน

 

   การไร้สัญชาติยังคงเป็นปัญหาสำคัญในหลายภูมิภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดต่างๆ ทางภาคเหนือ มีการประมาณการณ์ว่าประเทศไทยมีประชากรไร้สัญชาติประมาณสองล้านคน รวมถึงชาวเขาและชนกลุ่มน้อยอีกประมาณ 400,000 คน แม้สังคมยุคปัจจุบันมีความก้าวหน้าในด้านสิทธิมนุษยชนมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก เนื่องจากมีการรณรงค์เกี่ยวกับสิทธิต่างๆของประเทศที่มีความเสรีทางความคิด เช่น อเมริกา หรือสหภาพยุโรปมากขึ้น มีการก่อตั้งองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือด้านการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านสิทธิขั้นพื้นฐาน รวมถึงการให้ความรู้ด้านสิทธิของคนไร้รัฐและแนวทางวิธีการร้องขอสิทธิการเป็นบุคคลของรัฐนั้นๆ ก็ยังไม่เพียงพอและทันการต่อชีวิตที่พวกเขาควรได้รับ แล้วองค์กรใดบ้างที่จะนำแนวทางมาตรฐานที่เป็นนโยบายไปใช้ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ?

    แนวทางการจัดสวัสดิการสังคมของผู้ด้อยโอกาสที่เป็นมาตรฐานนี้ หน่วยงานภาครัฐ ตั้งแต่ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ไปถึงส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน ทั้งภาคธุรกิจ องค์กรพัฒนาเอกชน(NGOs) และภาคประชาสังคม ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือ มีการทำงานแบบร่วมมือในลักษณะบูรณาการแบบสมานฉันท์กันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรปกครองท้องถิ่น(อปท.) ที่มีตั้งแต่เทศบาล(ทั้งเทศบาลนคร เทศบาลเมือง และเทศบาลตำบล) และองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)  ที่อยู่ใกล้ชิดปัญหาต้องเรียนรู้ ต้องระดมมันสมอง ความรู้ ความคิดและรวบรวมข้อมูลในท้องที่ให้ได้ความจริงตรงกับปัญหาให้มากที่สุด เพราะในกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างก็มีบทบัญญัติในส่วนของอำนาจ หน้าที่ที่จะต้องดำเนินการในแต่ละองค์กรโดยการสังคมสงเคราะห์ ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสอยู่แล้ว โดยไม่ได้แบ่งแยกว่า ประชากรในเขตรับผิดชอบจะเป็นผู้มีสัญชาติไทย คนต่างด้าว หรือคนไร้สัญชาติไร้รัฐ  ให้อยู่ในแผนพัฒนา หรือแผนปฏิบัติการ และเตรียมการด้านงบประมาณรองรับกิจกรรมต่างๆ ไว้

   ส่วนพื้นที่ตัวอย่างหรือการดำเนินการในลักษณะโครงการนำร่อง ก็คงต้องพิจารณาพื้นที่และความพร้อม ด้วยความสมัครใจ ก่อนที่จะประเมินผล สังเคราะห์ผลและติดตามผล เพื่อนำมาเป็นบทเรียนที่ดีที่สุด ก่อนจะขยายผลนำไปใช้อย่างจริงๆจังๆ ซึ่งอาจจะมีการกำหนดไว้เป็นนโยบายขององค์กร บรรจุไว้ในพันธกิจ  มีเป้าหมายและวัตถุประสงค์ หรือเป้าประสงค์ เพราะมีตัวชี้วัดอย่างชัดเจนอยู่แล้ว การนำไปปรับใช้คงไม่ยาก แต่ต้องใช้ความพยายามในการทำความเข้าใจต่อทัศนคติที่เคยมีต่อคนไร้สัญชาติ นี่แหละเป็นเรื่องที่ยาก

เป็นบทความที่เขียนขึ้นตอนฝึกงาน เป็นงานบทความชิ้นแรกที่เขียนขึ้นมาโดยใช้หลักการเขียนบทความเต็มรูปแบบ อาจจะมีการผิดพลาดด้านย่อหน้า และวรรคตอน เพราะก็อปจากเวิร์ดลงมาโดยไม่ได้ปรับเท่าไหร่นัก (ขี้เกียจ) ยังไงก็ขอให้บทความนี้ก่อประโยชน์ต่อทุกๆ คนค่ะ

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                     

 
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
 
ลงรูปก่อนย้ายบ้าน
 
ขอให้ทุกคนมีความสุข สนุกสนาน และประสบการณ์ที่ดีในปีม้านะคะ
 
 
.

memory ความทรงจำ

posted on 16 Sep 2013 02:43 by yajoksamka in Poem directory Fiction, Lifestyle, Diary
"ข้าจะเก็บความทรงจำระหว่างเราทั้งสองไว้
 
แม้ว่าใครจะลืมเจ้า แต่ข้าจะไม่ลืม
 
ข้าจะเป็นคนบันทึกเจ้า...ไว้ในความทรงจำ"
 
 
.
 
ร้อยเรียงบรรจงบันทึกไว้ เหตุการณ์ใดผ่านเข้ามาในชีวิต
 
จะจดจำจรดจารจบจับจิต ฝังลิขิตมิเลือนลางแม้นกาลนาน
 
.
 
แม้วันวานผ่านพ้นสนผลัดผลิ
 
แต่ก็มิอาจลืมเลือนเตือนใจฉัน
 
ว่ายังรักห่วงหาอาวรณ์มั่น
 
ถึงนางอันเป็นที่รักสวาทใจ
 
แม้นต้องจากจำใจไกลจากเจ้า
 
เพียงแค่เราผูกจิตมิไปไหน
 
ไม่ต้องกลัวหากกมลสิเปลี่ยนไป
 
จากสายใยจะนำข้ากลับมาเอง
.
 
 
ไม่ได้แต่งกลอนมานาน รู้สึกเหนื่อยอย่างบอกไม่ถูก แถมยังใช้คำไม่ค่อยสวยแต่ก็พยายามไม่ให้ผิดฉันทลักษณ์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ 
 
ปล. อา...กลอนรักนั้นแต่งง่าย แต่ไม่วายตายตอนจบ 
ปล.ฉอง ขอบคุณมากๆค่ะ
 
 

จงกรม

posted on 15 Sep 2013 03:28 by yajoksamka in Poem directory Lifestyle, Knowledge, Diary
ย่างก้าว วางเท้า อย่างแผ่วเบา เคลื่อนกาย ตามเท้า อย่างเชื่องช้า
 
ขยับตัว พลิกพลิ้วกายา ย่ำบาทา ประทับ บนผืนดิน
 
ย้ำแรง ลงขา สู่พื้น ทิ้งน้ำหนัก ที่ยืน หนักแน่น
 
บิดไหล่ หันกาย ไหวแขน อกแอ่น ผึ่งผาย ใจสงบ
 

พร่ำเพ้อไปเรื่อย

posted on 05 Sep 2013 03:42 by yajoksamka in Article directory Fiction, Diary
.
วันและคืน ผันผ่านไปเร็วนัก ในวันที่ข้าสุขล้นเหลือ

วันและคืน ผันผ่านไปเชื่องช้า ในวันที่ใจข้าแสนสาหัส

เมื่อใดหนอ วันและคืนจะทำตามใจข้าบ้าง

อยากอ้อนวอนจันทราและดารา
 
อย่าทำให้คืนที่แสนสุขของข้าจากไปเร็วนักเลย

ตะวันเอ๋ย เจ้าอย่าเพิ่งฉายแสงแรงร้อน
 
ข้ายังมิอยากหลุดจากห้วงนิทราอันแสนหวาน

พร่ำภาวนาเรื่อยเปื่อย วันคืนก็ยังคงทำหน้าที่อย่างเที่ยงตรงอยู่เช่นนั้น 

คำอ้อนวอนของข้า คงแผ่วเบาเกินกว่าพวกเจ้าจะได้ยิน

อา...ช่างเถิด ในเมื่อข้ามิสามารถฝืนคืนวันได้แล้วไซ้
 
ก็ขอทำให้ชีวิตของข้ามีความสุขในทุกวันก็เพียงพอ